เมื่อเราอายุมากขึ้นย่อมมองเห็นถึงความเปลี่ยนแปลง ของผิวที่โทรมไปตามวัยจนรู้สึกไม่สบายใจ การทำทรีทเม้นท์เป็นหนึ่งในเคล็ดลับของการดูแลผิวหน้า เพื่อช่วยป้องกันปัญหาผิวที่เกิดขึ้นไปตามวัยและช่วยชะลอวัย โดยมีขั้นตอนต่าง ๆ อันได้แก่ การนวดหน้า การมาส์คหน้า การเติมวิตามินให้กับผิว และการทาครีมบำรุงที่ประกอบไปด้วยสารสกัดเข้มข้น ทำให้สามารถแก้ไขปัญหาผิวและบำรุงผิวหน้าให้ดูกระจ่างใส เรียบเนียน ผลัดเซลล์ผิว พร้อมกับยกกระชับผิวได้เป็นอย่างดี
การทำทรีทเม้นท์ช่วยดูแลผิวอย่างไร
ในแต่ละวันต้องเผชิญกับมลภาวะต่าง ๆ หรือแม้แต่การแต่งหน้าหนัก ๆ ทำให้ผิวเหนื่อยล้าและหมองคล้ำ การทำทรีทเม้นท์จะช่วยบำรุงผิวหน้าให้ได้รับการพักผ่อนและรู้สึกผ่อนคลายมากขึ้น และยังช่วยกระตุ้นการทำงานของผิวเพื่อผลัดเซลล์ผิวเก่าที่เสื่อมสภาพ กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน กระตุ้นการไหลเวียนเลือด ช่วยลดการเกิดสิวและริ้วรอย ส่งผลให้ผิวหน้าเนียนนุ่ม กระจ่างใส แลดูอ่อนเยาว์มากขึ้น

ข้อดีของการทำทรีทเม้นท์
การทำทรีทเม้นท์เป็นประจำจะช่วยบำรุงฟื้นฟูผิวให้กลับมาเป็นปกติอีกครั้ง เพื่อผิวสวยที่ราวกับได้ย้อนวัย เสริมบุคลิกให้ดูดีนั่นเอง
- สามารถใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวได้หลายตัวได้ในครั้งเดียว
- บำรุงและฟื้นฟูผิวหน้าที่เสื่อมสภาพได้อย่างล้ำลึก
- ช่วยให้ผิวกระจ่างใส แลดูเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ
- ชะลอการเกิดริ้วรอย ร่องลึก
- ลดความเครียดของเซลล์ผิวเพื่อให้ได้รับความผ่อนคลาย
- เห็นผลลัพธ์ชัดเจนและรวดเร็วกว่า เมื่อเทียบกับการใช้ครีมบำรุงผิว

การทำทรีทเม้นท์เหมาะสำหรับใคร
การทำทรีทเม้นท์สามารถช่วยดูแลได้หลากหลายปัญหาผิวหน้า ซึ่งเหมาะกับผู้ที่มีความต้องการดังนี้
- มีปัญหาผิวหน้า เช่น ผิวแห้งกร้าน ผิวหมองคล้ำ ปัญหาสิว ฝ้า มีริ้วรอย
- ไม่มีเวลาดูแลตัวเอง หรือพักผ่อนไม่เพียงพอ
- ต้องการพักผ่อนผิวหน้าให้ผ่อนคลาย
- ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวแล้วไม่เห็นผล เห็นผลช้า
- ต้องการปรนนิบัติอย่างเร่งด่วน
โดยปกติการทำทรีทเม้นท์นั้นสามารถทำได้ทุกคน แต่อาจจะไม่เหมาะกับบางกรณี เช่น
- ผิวบอบบาง แพ้ง่าย ผิวระคายเคืองง่าย
- ผื่นภูมิแพ้ผิวหนังกำลังกำเริบบนผิวหน้า
- ใบหน้ามีแผลใหม่ ๆ หรือมีแผลเป็นเกิดขึ้นใหม่

ทำทรีทเม้นท์ได้บ่อยแค่ไหน
ในช่วงแรก ๆ การทำทรีทเม้น์ควรทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 1 ครั้ง เพื่อให้ผิวหน้าได้รับการบำรุงฟื้นฟูอย่างต่อเนื่อง จากนั้นค่อยเว้นระยะเวลาการทำ 2 สัปดาห์ต่อครั้ง ช่วยคงสภาพผิวที่แข็งแรงและมีสุขภาพผิวดี แต่จะไม่ได้ทำให้ผิวบางลง
ทำทรีทเม้นท์แล้วได้ผลจริงไหม
เนื่องจากการทำทรีทเม้นท์มีหลากหลายขั้นตอน ดังนั้นจึงเป็นการบำรุงและฟื้นฟูผิวที่ช่วยแก้ปัญหาได้ลึกถึงชั้นผิว เราจะเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นของสภาพผิวตั้งแต่ทำครั้งแรก จากนั้นเมื่อทำทรีทเม้นท์อย่างต่อเนื่องควบคู่กับการดูแลผิวด้วยตัวเอง ก็จะเห็นผลลัพธ์ที่ชัดเจนมากขึ้น

หลังทำทรีทเม้นท์ควรดูแลผิวอย่างไร
เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ที่ดีของการทำทรีทเม้นท์ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำดังนี้หลังทำทรีทเม้นท์
- หลีกเลี่ยงการสัมผัสแสงแดดโดยตรง หมั่นทาครีมกันแดดอยู่เสมอ
- งดการสครับผิวหรือขัดผิวหลังทำทรีทเม้นท์ 2 – 3 วัน เพราะจะทำให้ผิวบอบบางลงได้
- งดใช้ครีมที่มีส่วนผสมของเรตินเอหลังทำทรีทเม้น์เป็นเวลา 72 ชั่วโมง
- ใช้ครีมบำรุงผิวหน้าที่ใช้เป็นประจำได้ตามปกติ
- สามารถแต่งหน้าหลังทำทรีทเม้นท์ได้ แต่หลีกเลี่ยงเครื่องสำอางที่มีน้ำหอมและสารเคมีเป็นส่วนประกอบ
ไม่ว่าเราจะมีปัญหาผิวหน้าหรือผิวหน้าสุขภาพดีอยู่แล้วก็ตาม การทำทรีทเม้นท์ก็เป็นหนึ่งในวิธีการดูแลผิวหน้าเพื่อสุขภาพผิวที่ดี ช่วยแก้ปัญหาผิวหน้าอย่างเช่นสิว ฝ้า จุดด่างดำ รอยแดง รอยดำ และยังช่วยปรับสมดุลผิว เพิ่มความชุ่มชื้น พร้อมกับสร้างความผ่อนคลาย เพื่อป้องกันปัญหาผิวที่อาจจะเกิดขึ้นได้

